วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การเคหะแห่งชาติ


กรุงเทพฯ--9 ก.ย.--การเคหะแห่งชาติ
การเคหะแห่งชาติ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวง เป็นแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ในชุมชนบ้านเอื้ออาทรทั่วประเทศ ร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน ด้วยกิจกรรมประกวดเคหะร่วมใจ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ภายใต้โครงการ Green Community เน้นการปลุกจิตสำนึกชุมชน ร่วมคิดร่วมทำ สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชน สอดรับกับนโยบายการเคหะฯ ในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ “อีโค วิลเลจ” (Eco-Village) เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

นายวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใย เกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศในปัจจุบันที่นับวันทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาขยะมูลฝอยในชุมชน น้ำเสีย ปัญหาโลกร้อน ฯลฯ พร้อมทั้งตรัสเตือนให้ทุกฝ่ายสร้างความร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้การเคหะแห่งชาติ จึงน้อมนำพระราชดำริ มาดำเนินงานด้านการจัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมขึ้น ด้วยการจัด กิจกรรมประกวดเคหะร่วมใจ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ภายใต้โครงการ Green Community เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา
สำหรับ โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งภารกิจของการเคหะแห่งชาติ ที่มุ่งให้ชุมชนเกิดสำนึกดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิดในชุมชนและครัวเรือนตนเอง เน้นการสร้างความร่วมมือ และสร้างเครือข่ายชุมชน ให้มีส่วนร่วมพัฒนาการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms) นำมาใช้บำบัดน้ำเสียในชุมชน ครัวเรือน แหล่งน้ำ และสภาพภูมิทัศน์ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งให้ชุมชนต้นแบบ ได้ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสีย และค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมการประกวดเคหะร่วมใจฯ ได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน และสิ้นสุดส่งผลงานในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้ชุมชนที่อยู่ในการดูแลของการเคหะแห่งชาติจัดตั้งกลุ่ม พร้อมทั้งส่งผลงานร่วมประกวด ภายใต้แนวคิดการวางแผนพัฒนา รูปแบบการผลิต การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตลอดจนวิธีการจัดการสภาพแวดล้อมในชุมชน อาทิ การจัดการขยะ การบำบัดน้ำเสีย รวมถึงนวัตกรรมและแนวความคิดสร้างสรรค์
“ทั้งนี้ ได้มีชุมชนทั้งในเขต กทม. และปริมณฑล ประมาณ 12 ชุมชน ส่งผลงานร่วมประกวด โดยมีคณะกรรมการลงพื้นที่พิจารณา และประเมินผลงาน ประกอบด้วย การเคหะแห่งชาติ,สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า),มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมควบคุมมลพิษ โดยล่าสุดได้มีการประกาศผลการตัดสิน และมอบรางวัลในวันนี้ (4 ก.ย.54) ผลปรากฏว่าชุมชนที่ชนะเลิศได้รับรางวัลที่ 1 คือ โครงการบ้านเอื้ออาทรเศรษฐกิจ 3 ได้รับโล่ พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท ,รางวัลที่ 2 โครงการบ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม ได้รับโล่ พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท และอีก 2 รางวัลชมเชย คือ โครงการบ้านเอื้ออาทรนนทบุรี และรังสิตคลอง 10/1 ได้รับโล่ พร้อมเงินรางวัลๆ ละ 30,000 บาท ซึ่งการเคหะแห่งชาติ มุ่งสนับสนุนส่งเสริมให้ชุมชน ได้นำรางวัลไปต่อยอดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาในชุมชนตนเองต่อไป ”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า การเคหะแห่งชาติ จะต้องรับผิดชอบการผลิตที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน ผู้มีรายได้น้อยเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แต่การเคหะแห่งชาติ ก็ยังยึดมั่นนโยบายพัฒนาโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ อีโค วิลเลจ (Eco-Village) โดยวางแนวทางการพัฒนาอีโค-วิลเลจ เพื่อเป็นตัวอย่างให้อุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน 2 แนวทาง คือ การสร้างที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน กับการส่งเสริมให้ปล่อยของเสียออกจากชุมชนให้น้อยที่สุด เนื่องจากโครงการบ้านเอื้ออาทร ถือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก หากไม่มีการบริหารจัดการและป้องกันที่ดี อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น